Project Description

จับกุมพระเขมรป่วนก่อนประชุมสุดยอดอาเซียน และ พระปลอมพัวพันยาเสพติด

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ  ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบก.ตม.6, และ พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.กระบี่ ร่วมแถลงข่าวจับกุมคดีคนต่างชาติกระทำความผิดรายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจ จำนวน 2 ราย ดังนี้
๑.) ตม.จว.กระบี่ ได้เข้มงวดกวดขัน และตรวจสอบกลุ่มบุคคลสัญชาติเป้าหมาย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเข้ามาก่อความไม่สงบในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน  จนกระทั่งสืบทราบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์สัญชาติกัมพูชา แฝงตัวเข้ามาในพื้นที่ ในรูปแบบพระสงฆ์  จึงได้ไปตรวจสอบ พบพระสงฆ์ชาวกัมพูชา 4 รูป จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง  และหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนประมาณ  1 สัปดาห์ โดยจะตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ และเรี่ยไรเงินทำบุญจากชาวบ้าน ตรวจสอบหลักฐานที่ค้นเจอพบว่า  พระกลุ่มดังกล่าวเพิ่งบวชได้ไม่นาน ซึ่งจากการสอบถาม หนึ่งในพระกลุ่มดังกล่าวรับว่าเคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทย และเตรียมเดินทางต่อไปยัง จ.กรุงเทพมหานคร ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กระบี่ จึงได้จับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย
๒.) จากนั้น เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กระบี่ ได้ติดตาม เฝ้าระวังและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่แฝงตัวเข้ามาเป็นพระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กระบี่ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ พบพระสงฆ์นั่งอยู่ที่ศาลาภายในสุสานจีนบ้านทุ่งโหลง อ.เมืองกระบี่ ในลักษณะมีพิรุธจึงได้เข้าไปตรวจสอบ ทราบชื่อ คือ นายสุริยา และเมื่อตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 5 เม็ด อยู่ในความครอบครองฯ จากการสอบถามนายสุริยา รับว่าตนไม่ได้บวชเป็นพระแต่อย่างใด เพียงแต่นำจีวรมานุ่งห่ม และขอเรี่ยไรเงินทำบุญ เพื่อนำมาซื้อยาเสพติดไว้เสพเองและส่งเงินที่เหลือบางส่วนกลับไปให้ครอบครัว  และจากการตรวจสอบพบว่า นายสุริยา เคยมีประวัติถูกจับกุมในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2549 ที่ จ.ชลบุรี อีกทั้งเพิ่งออกจากเรือนจำ จ.นครสวรรค์ ในคดี พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กระบี่ จึงได้ทำการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง  พ.ศ.2522 และกฎหมายที่มีโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด  กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507  ซ.สวนพลู  แขวงทุ่งมหาเมฆ  เขตสาทร  กรุงเทพมหานคร  10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178  หรือที่ www.immigration.go.th  จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง